Custom Search By Google

Custom Search

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2552

คำอธิษฐานของเซนต์ ฟรังซิส อัสซีซี

ชีวิตเป็นพระพรจากพระเจ้า

เราต้องรู้จักเลือกสิ่งที่เสริมสร้างชีวิต เลือกความดีมากกว่าเลือกสิ่งที่ทำร้าย และทำลายชีวิตของตนเองและผู้อื่น

มีบางคนนอกจากไม่มีชีวิตที่ไม่ประกาศและถวายเกียรติพระเจ้าแล้ว แถมยังชอบบ่นว่าพระเป็นเจ้าและผู้นำอยู่เป็นประจำ ดังเช่นชนชาติอิสราเอลที่พระเจ้าทรงช่วยกู้จากการเป็นทาสในอียิปต์ และทรงนำพวกเขาทั้งกลางวันและกลางคืนด้วยเสาเมฆและเสาเพลิง ทั้งๆ ที่พระองค์ไม่เคยอยู่ห่างจากชนชาติที่พระองค์ทรงเลือกและทรงรัก แต่ชนอิสราเอลนั้นกลับมีชีวิตดังว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงประทับอยู่ด้วย

และประชาชนมาหาโมเสสกล่าวว่า "เราทั้งหลายได้กระทำบาปเพราะเราทั้งหลายได้บ่นว่าพระเยโฮวาห์และบ่นว่าท่าน ขอทูลแด่พระเยโฮวาห์ ขอพระองค์ทรงนำงูไปจากเราเสีย" ดังนั้นโมเสสจึงอธิษฐานเพื่อประชาชน
และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า "จงทำงูแมวเซาตัวหนึ่งติดไว้ที่เสา และต่อมาทุกคนที่ถูกงูกัดเมื่อเขามองดู เขาจะยังมีชีวิต (กันดารวิถี 21: 7-8)
และพระวจนะสอนเราว่า "โมเสสได้ยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระองค์จะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์" (ยอห์น3:14-15)

แต่มีบุคคลท่านหนึ่งที่ได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าให้ดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระเยซู ท่านสัมผัสได้ถึงการที่มีพระเยซูประทับอยู่ในหัวใจของท่าน และน้อมรับพระเยซูให้เป็นผู้นำชีวิต บุคคลท่านนี้ใช้ชีวิตเป็นนักการฑูตของพระเจ้าบอกเล่าความรักของพระองค์และประกาศข่าวดีของพระเยซูต่อเพื่อนเพื่อนมนุษย์ ท่านคือ "ฟรันซิส ชาวอัสซีซี"

ฟรันซิส ชาวอัสซีซี เกิดที่ประเทศอิตาลีเกิดค.ศ.1182 เป็นบุตรชายพ่อค้าที่ร่ำรวย ขณะยังหนุ่ม เป็นคนชอบสนุกสนาน ไม่จริงจังกับชีวิต ครั้งหนึ่งท่านป่วยหนักและได้ยินพระเยซู ตรัสเรียกท่านใน ค.ศ. 1205 ให้สละความสุขฝ่ายโลก แล้วติดตามพระองค์ ท่านจึงกลับใจเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ โดยยึดพระวจนะที่ว่า "สิ่งที่ท่านได้ปฎิบัติ ต่อพี่น้อง แม้ที่ต่ำต้อยของเรา นั่นแหละเท่ากับได้ปฎิบัติต่อเรา" ท่านได้พยายามปดำเนินชีวิตตามคำสั่งสอนของพระเยซู โดยละความเห็นแก่ตัว และมอบตนเองแด่พระเจ้า เจริญชีวิตเรียบง่าย ช่วยเหลือคนจน จากนั้นท่านก็ได้สละทรัพย์สมบัติ อันเป็นมรดกทั้งหมด ต้องเที่ยวขอทานและทำงานรับใช้คนโรคเรื้อน ต่อมาท่านได้ตั้งคณะนักบวช ท่านสอนความรักของพระเยซูและประกาศข่าวดีของพระเยซูต่อเพื่อนมนุษย์ และเสียชีวิตใน วันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ.1226

"ท่านถือความยากจนเป็นที่สุด
ท่านแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหยาบ
และขออาหารเพื่อประทังชีวิต
จนมีคนเรียกท่านว่า คนจนแห่งอัสซีซี
หรือ ขอทานผู้มีความสุข The Joyful Beggar
ท่ายอยู่กับธรรมชาติ อย่างมีความสุข
เมื่อไม่มีการสะสมทรัพย์สมบัติ ไม่มีความโลภ
ย่อมไม่มีการแข่งขัน มีแต่สันติสุขเท่านั้น"

"คำอธิษฐานของเซนต์ ฟรังซิส อัสซีซี"

ข้าแต่พระบิดา ขอพระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้าเป็นเครื่องมือของพระองค์ เพื่อสร้างสันติ
- ที่ใดมีความเกลียดชัง ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความรัก
- ที่ใดมีความเจ็บแค้น ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำการอภัย
- ที่ใดมีความแตกแยก ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความสามัคคี
- ที่ใดมีความเท็จ ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความจริง
- ที่ใดมีความสงสัย ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความเชื่อ
- ที่ใดมีความสิ้นหวัง ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความหวัง
- ที่ใดมีความมืด ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความสว่าง
- ที่ใดมีความเศร้าโศก ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำ ความยินดีเบิกบานใจ
ข้าแต่พระเป็นเจ้า โปรดให้ข้าพเจ้าเป็นผู้บรรเทา มากกว่าจะเป็นผู้รับการบรรเทา
- เห็นใจผู้อื่นมากกว่าจะรับความเห็นใจ
- รักผู้อื่นก่อน และมากว่าที่จะให้คนอื่นรักข้าพเจ้า
- ผู้ที่ให้เท่านั้น จะได้รับความอิ่มเอิบยินดี
- ผู้ที่ลืมตนเองเท่านั้น จะพบตนเองในทางสันติ
- ผู้ที่ยกโทษให้เท่านั้น จะได้รับการอภัยโทษ
ดังนี้เมื่อเราตาย จะได้ไปสู่พระราชัย ของพระองค์ชั่วนิรันดร


พี่น้องที่รัก การที่เรารักพระเจ้าและรักเพื่อนบ้านของเรานั้นเป็นการทำตามพระบัญญัติของพระเจ้า และเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตคริสเตียน (มัทธิว 22:36-40, โรม 13:8-10, ยากอบ 2:8)

36 'อาจารย์เจ้าข้า ในธรรมบัญญัตินั้นข้อใดสำคัญที่สุด'
37 พระเยซูทรงตอบเขาว่า 'จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้า ด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า
38 นั่นแหละเป็นพระบัญญัติข้อใหญ่ และข้อต้น
39 ข้อที่สองก็เหมือนกัน คือ จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
40 ธรรมบัญญัติ และคำของผู้เผยพระวจนะทั้งสิ้น ก็ขึ้นอยู่กับพระบัญญัติสองข้อนี้' " (มัทธิว 22:36-40)

8 อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกัน เพราะว่าผู้ที่รักคนอื่นก็ทำให้พระราชบัญญัติสำเร็จแล้ว
9 พระบัญญัติกล่าวว่า `อย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา อย่ากระทำการฆาตกรรม อย่าลักทรัพย์ อย่าเป็นพยานเท็จ อย่าโลภ' ทั้งพระบัญญัติอื่นๆก็รวมอยู่ในข้อนี้คือ `ท่านจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง'
10 ความรักไม่ทำอันตรายเพื่อนบ้านเลย เหตุฉะนั้นความรักจึงเป็นที่ให้พระราชบัญญัติสำเร็จแล้ว (โรม 13:8-10)

8 ถ้าท่านทั้งหลายดำรงตนตามพระราชบัญญัติแห่งพระมหากษัตริย์ตามพระคัมภีร์ที่ว่า `จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง' แล้ว ท่านทั้งหลายก็ประพฤติดีอยู่ (ยากอบ 2:8)

โดยข้อนี้ เราจึงรู้ว่าเรารักคนทั้งหลายที่เป็นบุตรของพระเจ้า เมื่อเราทั้งหลายรักพระเจ้า และประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์" (1ยอห์น 5:2)
เราจะรักพระเจ้าได้อย่างไร? ก็โดยการเชื่อฟังพระมหาบัญญัติของพระเจ้า ที่เราจะรักพระเจ้า และรักพี่น้อง

ข้อคิด
เราซึ่งเป็นผู้ที่เรียกตัวเองว่าคริสเตียนและเป็นผู้ติดตามพระเยซูคริสต์ ได้ดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระเยซูที่ทรงทำเป็นตัวอย่างให้เราดูหรือเปล่า....
และเช่นเดียวกัน ถ้าเราบอกว่า เรารักพระเจ้าที่มองไม่เห็น แล้วพี่น้องของเราที่เราที่เราแลเห็นล่ะ เรารักหรือเปล่า?

Lambkin
9 เม.ย.2552

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2552

ความรักของพระเจ้า กับคนบาป

คำอุปมาเกี่ยวกับความรักของพระเจ้า


1. แกะหลงหาย
สอนว่าพระเจ้าทรงรักและห่วงใยคนบาปแต่ละคนยิ่งนัก ทรงแสวงหาคนบาปแต่ละคน และชื่นชมยินดีเมื่อพบแต่ละคน




มัทธิว 18:12 - 14

ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร ถ้าผู้หนึ่งมีแกะอยู่ร้อยตัว ตัวหนึ่งหลงหายไปจากฝูง ผู้นั้นจะไม่ละแกะเก้าสิบเก้าตัวไว้บนภูเขา แล้วไปเที่ยวหาตัวที่หายนั้นหรือ เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้นั้นพบแกะตัวที่หาย เขาจะมีความเปรมปรีดิ์ยิ่งกว่าที่มีแกะเก้าสิบเก้าตัว ที่มิได้หลงหายนั้นอย่างนั้นแหละ พระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ไม่ทรงปรารถนาให้ผู้เล็กน้อยเหล่านี้สักคนหนึ่งพินาศไปเลย

ลูกา 15:3 - 7

พระองค์จึงตรัสคำเปรียบให้เขาฟังดังต่อไปนี้ว่า “ในพวกท่านมีคนใดที่มีแกะร้อยตัว และตัวหนึ่งหายไป จะไม่ละเก้าสิบเก้าตัวนั้นไว้ที่กลางทุ่งหญ้า และไปเที่ยวหาตัวที่หายไปนั้นจนกว่าจะได้พบหรือ เมื่อพบแล้วเขาก็ยกขึ้นใส่บ่าแบกมาด้วยความเปรมปรีดิ์ เมื่อมาถึงบ้านแล้ว จึงเชิญพวกมิตรสหายและเพื่อนบ้านให้มาพร้อมกัน พูดกับเขาว่า 'จงเปรมปรีดิ์กับข้าพเจ้าเถิด เพราะข้าพเจ้าได้พบแกะของข้าพเจ้าที่หายไปนั้นแล้ว' เราบอกท่านทั้งหลายว่า เช่นนั้นแหละ จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่


2. เงินเหรียญหาย
สอนว่าเมื่อคนบาปแต่ละคนกลับใจ พระเจ้าทรงชื่นชมยินดี



ลูกา 15:8 - 10

“หญิงคนใดที่มีเหรียญเงินสิบเหรียญ และเหรียญหนึ่งหายไป จะไม่จุดตะเกียงกวาดเรือนค้นหาให้ละเอียดจนกว่าจะพบหรือ เมื่อพบแล้วจึงเชิญเหล่ามิตรสหาย และเพื่อนบ้านให้มาพร้อมกัน พูดกับเขาว่า 'จงเปรมปรีดิ์กับข้าพเจ้าเถิด เพราะข้าพเจ้าได้พบเหรียญเงินที่หายไปนั้นแล้ว' เช่นนั้นแหละ เราบอกท่านทั้งหลายว่าจะมีความปรีดีในพวกทูตของพระเจ้า เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่”


3. บุตรหลงหาย
สอนว่าพระเจ้าทรงรักคนบาปคนทุกคน ทรงรอคอยให้คนบาปกลับใจใหม่ และพระองค์จะให้เขาเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่งเป็นการให้เข้าด้วยพระคุณมิใช่ด้วยความดีของคนนั้นเลย



ลูกา 15: 11 - 32

พระองค์ตรัสว่า “ชายคนหนึ่งมีบุตรสองคน บุตรคนเล็กพูดกับบิดาว่า 'บิดาเจ้าข้า ขอทรัพย์ที่ตกเป็นส่วนของข้าพเจ้าเถิด' บิดาจึงแบ่งสมบัติให้แก่บุตรทั้งสอง ต่อมาไม่กี่วันบุตรคนเล็กนั้นก็รวบรวมทรัพย์ทั้งหมดแล้วไปเมืองไกล และได้ผลาญทรัพย์ของตนที่นั่นด้วยการเป็นนักเลง เมื่อใช้ทรัพย์หมดแล้วก็เกิดกันดารอาหารยิ่งนักทั่วเมืองนั้น เขาจึงขัดสน เขาไปอาศัยอยู่กับชาวเมืองนั้นคนหนึ่ง และคนนั้นก็ใช้เขาไปเลี้ยงหมูที่ทุ่งนา เขาใคร่จะได้อิ่มท้องด้วยฝักถั่วที่หมูกินนั้น แต่ไม่มีใครให้อะไรเขากิน เมื่อเขารู้สำนึกตัวแล้ว จึงพูดว่า 'ลูกจ้างของบิดาเรามีมาก ยังมีอาหารกินอิ่มและเหลืออีก ส่วนเราจะมาตายเสียที่นี่เพราะอดอาหาร จำเราจะลุกขึ้นไปหาบิดาเรา และพูดกับท่านว่า “บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ผิดต่อสวรรค์และผิดต่อท่านด้วย ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป ขอท่านให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนลูกจ้างของท่านคนหนึ่งเถิด” ' แล้วเขาก็ลุกขึ้นไปหาบิดาของตน แต่เมื่อเขายังอยู่แต่ไกล บิดาแลเห็นเขาก็มีความเมตตา จึงวิ่งออกไปกอดคอจุบเขา ฝ่ายบุตรนั้นจึงกล่าวแก่บิดาว่า 'บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ผิดต่อสวรรค์และต่อท่าน ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป' แต่บิดาสั่งบ่าวของตนว่า 'จงรีบไปเอาเสื้ออย่างดีที่สุดมาสวมให้เขา และเอาแหวนมาสวมนิ้วมือ กับเอารองเท้ามาสวมให้เขา จงเอาลูกวัวอ้วนพีมาฆ่าเลี้ยงกัน เพื่อความรื่นเริงยินดีเถิด เพราะว่าลูกของเราคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นอีก หายไปแล้วแต่ได้พบกันอีก' เขาทั้งหลายต่างก็มีความรื่นเริงยินดี
“ฝ่ายบุตรคนโตนั้นกำลังอยู่ที่ทุ่งนา เมื่อเขากลับมาใกล้ตึกแล้ว ก็ได้ยินเสียงมโหรีและเต้นรำ เขาจึงเรียกบ่าวคนหนึ่งมาถามว่า เขาทำอะไรกัน บ่าวจึงตอบว่า 'น้องของท่านกลับมาแล้ว และบิดาได้ให้ฆ่าลูกวัวอ้วนพีเพราะได้ลูกกลับมาโดยสวัสดิภาพ' ฝ่ายพี่ชายก็โกรธไม่ยอมเข้าไป บิดาจึงออกมาชักชวนเขา แต่เขาบอกบิดาว่า 'ดูแน่ะ ข้าพเจ้าได้ปรนนิบัติท่านกี่ปีมาแล้ว และมิได้ละเมิดคำบัญชาของท่านสักข้อหนึ่งเลย แม้แต่เพียงลูกแพะสักตัวหนึ่งท่านก็ยังไม่เคยให้ข้าพเจ้า เพื่อจะเลี้ยงกันเป็นที่รื่นเริงยินดีกับเพื่อนฝูงของข้าพเจ้า แต่เมื่อลูกคนนี้ของท่าน ผู้ได้ผลาญสิ่งเลี้ยงชีพของท่าน โดยคบหญิงชั่วมาแล้ว ท่านยังได้ฆ่าลูกวัวอ้วนพีเลี้ยงเขา' บิดาจึงตอบเขาว่า 'ลูกเอ๋ย เจ้าอยู่กับเราเสมอ และสิ่งของทั้งหมดของเราก็เป็นของเจ้า แต่สมควรที่เราจะได้รื่นเริงและยินดี เพราะน้องของเจ้าคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นขึ้นอีก หายไปแล้วแต่ได้พบกันอีก' ”

สงกรานต์หรือสงคราม?ประเพณีที่ดีงามหรือความสะใจ

'www.thaisermons.com'
ข้อความ
สงกรานต์หรือสงคราม?ประเพณีที่ดีงามหรือความสะใจ
ธวัช เย็นใจ


คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


“สงกรานต์เลือด แย่งสาวเสิร์ฟ ตัดสินด้วยลูกปืน!”
“กลุ่มวัยรุ่นชายรุมปะแป้งสาว ฉวยโอกาสลวนลาม”
“อุบัติเหตุสูงสุดในช่วงสงกรานต์ เหตุเมาแล้วขับ!”

ผมเป็นคนภาคเหนือ เกิดที่เชียงรายแต่มาอยู่เชียงใหม่ยี่สิบกว่าปีแล้ว ทุกปีในช่วงเดือนเมษายนได้รับรู้เรื่องเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ที่มีมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ถือเป็นหน้าเป็นตาของคนเมืองเหนือ ผู้คนที่นี่แต่งกายสวยงาม มีความสุภาพอ่อนน้อม การต้อนรับขับสู้แขกต่างบ้านด้วยใจกว้างขวางและอบอุ่นยิ่ง ตอนโน้นเราทุกอย่างเราทำด้วยมิตรภาพและความจริงใจ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลายเป็นธุรกิจไปหมด! ดังนั้น ความรุนแรงมันจึงเพิ่มดีกรีสะพัดตามกระแสเงินด้วย สมัยโน้นผู้คนจะวักน้ำ(เจือน้ำหอม)จากขันพรมกันพอเป็นพิธีเท่านั้น พร้อมกับกล่าวคำ “สูมา” แต่สมัยนี้ตั้งหน้าตั้งตาสาดน้ำกันแบบเอาเป็นเอาตาย-ดูๆแล้วเหมือนเป็นการระบายความเก็บกด(แค้น)ที่อัดอั้นมานานยังงั้นแหละ!
ที่บริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่ รถติดมหาวินาศสันตะโร คนที่ยืนอยู่ริมคูน้ำก็จะตักน้ำขึ้นมาสาดใส่กันอย่างเมามัน คนที่นั่งมาบนรถกระบะก็จะตักน้ำจากถัง(สองร้อยลิตร)สาดใส่คนที่ยืนบนถนน หูอื้อตาแดงเข้าโรงหมอกันแต่ละปีจำนวนมาก ที่น่าเกลียดน่าชังมากกว่านั้นก็คือเอาน้ำแข็งใส่ถุงปาเข้าใส่ฝูงชน ถ้าโดนหัวคนก็เลือดไหล ถ้าโดนกระจกรถก็แตกนี่สงกรานต์หรือสงครามกันแน่!
ตามถนนสายต่างๆทั้งในตัวเมือง รอบเมืองและรอบนอก ขับรถต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะมีการตั้งวงก๊งเหล้าริมถนนอยู่เป็นระยะ เปิดเครื่องเสียงดังสนั่นและฟ้อนรำกันเยิบๆ คนที่อยู่ในอาการมึนเมาจะคอยดักสาดน้ำรถที่ผ่านไปมา โดยเฉพาะบรรดาคนที่ขี่แมงกะไซด์จะหักหลบเสียหลักไปชนกับคันอื่นหรือแฉลบพลิกคว่ำ แต่ละปีบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยกู้ภัย หมอและพยาบาลต้องทำงานกันอย่างหนัก
นี่เป็นการลดจำนวนประชากรของประเทศเราโดยไม่จำเป็น!
ไม่รู้ว่าจะสาดกันไปทำไมนักหนา เพราะทุกคนก็เปียกปอนมะลอกมะแลก (เหมือนลูกหมาตกน้ำ)กันหมดแล้วทั้งนั้น! ผู้หญิงใส่เสื้อบางๆเอวลอย พอโดนน้ำก็แนบเนื้อ ขาดสั้นจุ๊ดจู๋(ไม่เกินคืบ) พวกกะเทยและพวกแปลงเพศก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด วี๊ดว๊ายกระตู้วู้ พวกขี้เมาทั้งหลายก็ร้องเพลงร่ายรำและแอ่นหน้าแอ่นหลัง เป็นภาพที่อุจาดตาและน่าเวทนาจริงๆ
เอกลักษณ์อันดีงามของคนเมืองเหนือหายไปไหนหมด?
สองสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวทางทีวีและหน้าหนังสือพิมพ์ว่า สมควรจะให้ขายเหล้าในเทศกาลสงกรานต์หรือไม่? มีการถกเถียงกันตั้งแต่ร้านกาแฟริมฟุตบาทไปจนถึงสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ พูดจากันในเรื่องที่ว่าจะยอมให้มีการขายเหล้าในเทศกาลสงกรานต์หรือไม่? อภิปรายกันอยู่นานต่างคนมีเหตุมีผลของตนเอง แต่ลงท้ายก็พ่ายแพ้พ่อค้าน้ำเมา (ฮา...)
อันที่จริงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ จะห้ามหรือไม่ห้ามคงไม่มีผลในทางปฏิบัติเท่าไหร่หรอก เพราะพี่ไทยก็หาทางเมาจนได้แหละน่า ไม่ขายก็ซื้อตุนไว้ก็ได้ หรืออ้างว่าไม่ได้ขายแต่แจกให้ฟรี แค่นี้มือกฎหมายก็เอื้อมไม่ถึงแล้ว (อิอิอิ)
คุณสุเมธ แสงนิ่มนวล ได้เขียนไว้ดังนี้“ว่ากันว่าคนที่กินเหล้าแล้ว ต้องแสดงพฤติกรรมแปลกๆมากมาย มันมีสาเหตุเนื่องมาจากเหล้ามีส่วนผสมของโลหิตของสัตว์ ๕ ชนิดคือ
เลือดสกุณา หรือเลือดนก คนที่ดื่มแล้วจึงมักคุยตลอด ขนาดหลับยังละเมอคุย คุยได้เป็นวรรคเป็นเวร
เลือดพยัคฆ์ หรือเลือดเสือ คนเราดื่มแล้วมักดุมาก บางทีตาขวาง ชอบท้าตีท้าต่อย
เลือดอสรพิษ หรือเลือดงู คนเราดื่มแล้วเดินไม่ตรง เลี้ยวไปเลี้ยวมาตลอดเวลา
เลือดสุกร หรือเลือดหมู คนดื่มแล้วจึงนอนที่ไหนก็ได้ ไม่เลือกที่
และเลือดสุนัข หรือเลือดหมา ดื่มแล้วเห่าไม่หยุด ขนาดลูกเมียยังจะกัด
คุณสุเมธได้ร่ายเป็นกลอนต่อไปว่า
“อันสุรา เมรัย ใครเสพติด
พาชีวิต มืดมน จนฉิบหาย
หนึ่ง ทรัพย์สินของตนนั้นพลันวอดวาย
สอง อาจตายจากทะเลาะเพราะความเมา
สาม เจ็บป่วยด้วยโรคาพยาธิ
สี่ คนตำหนินินทาพาอับเฉา
ห้า หน้าด้านหนักหนาเขาด่าเอา
หก โง่เขลาปัญญาหดหมดสิ้นเอย”

คริสเตียนกับการดื่มเหล้า - พระคริสตธรรมคัมภีร์กล่าวเตือนคนของพระเจ้าในเรื่องเหล้าว่า “อย่าอยู่ท่ามกลางคนที่เมาเหล้าองุ่น เพราะคนขี้เมาและจนตะกละจะมาถึงความยากจน” (สภษ. ๒๒.๒๐-๒๑) คนขี้เมาจะเอาแต่นอนเฉื่อยแฉะและไม่เคยแต่งตัวดี “ความง่วงเหงาจะเอาผ้าขี้ริ้วห่มคนนั้น” (สภษ. ๒๓.๒๑) ใครที่หลงใหลอยู่กับน้ำเมาจะไม่มีวันเจริญ (สภษ. ๒๑.๑๗) นอกจากนั้นพระคัมภีร์ยังได้บอกถึงโทษของสุราว่า อย่างแรกคือโรคพิษสุราเรื้อรัง อย่างที่สองอุบัติเหตุและไข้โป้ง (สภษ. ๒๓.๒๙-๓๒)

คริสเตียนกับประเพณีไทย - คริสเตียนไม่เคยปฏิเสธขนบธรรมเนียมประเพณี เราถือปฏิบัติได้ถ้าสิ่งนั้นเป็นเรื่องที่ดีงามและสอดคล้องกับหลักคำสอนในพระคัมภีร์! พระวจนะของพระเจ้าสอนให้เรารักพระมหาษัตริย์ ยกย่องเทิดทูนชาติ และเชื่อฟังกฎหมายของบ้านเมืองอย่างเคร่งครัด ให้เกียรติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร คริสเตียนต้องทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม เสียภาษีตามอัตรากำหนด (รม. ๑๓.๑-๗, ๑ ปต. ๒.๑๓-๑๗)

ในการดำเนินชีวิตประจำวัน พระคัมภีร์บอกให้ผู้เชื่อพระคริสต์ใช้หลักการของ “การใคร่ครวญดู” (ฟป. ๔.๘-๙) ว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ บางสิ่งบางอย่างนั้นไม่ได้เป็นบาป แต่มันไม่เหมาะสม ขอจงใคร่ครวญดู ๘ ประการ คือ

๑.สิ่งที่จริง ในภาษากรีก Alethes (อะเลเธส) หมายถึงความสัตย์จริง ซื่อสัตย์ และความเที่ยงแท้
๒.สิ่งที่น่านับถือ Semnos (เซมนอส) ในพระคัมภีร์ตอนอื่นแปลว่า เป็นคนที่เอาการงานเอางาน คนอื่นเห็นแล้วไหว้โดยไม่เสียดายมือ (๑ ทธ. ๓.๘) หรือเอาจริงเอาจัง ไม่เป็นคนที่ขี้เมา และเกียจคร้าน (ทต. ๒.๒)
๓.สิ่งที่ยุติธรรมDikaios (ไดไคออส) เป็นคนที่มีธรรมะอยู่ในจิตใจ ซื่อสัตย์สุจริต ภาษาคริสเตียนว่าเป็นผู้ชอบธรรม
๔.สิ่งที่บริสุทธิ์Hagnos (ฮากนอส) เป็นคนที่ไม่ทำความผิด รักษาร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์ เปาโลบอกแก่คริสเตียนว่า “จงถวายตัวแด่พระคริสต์เป็นพรหมจารีบริสุทธิ์” (๒ คร. ๑๑.๒)
๕.สิ่งที่น่ารักProsphiles (พรอสฟีเลส) หมายถึงท่าทีของเราที่แสดงออกต่อผู้อื่นด้วยความเอื้ออาทร เป็นความรักและความเห็นอกเห็นใจ
๖.สิ่งที่ทรงคุณEuphemos (อือเฟสอส) เป็นแนวทางการปฏิบัติของคริสเตียนที่คนทั่วไปประจักษ์แจ้ง “ร่ำลือกันปากต่อปากว่าดี” (euphemia) ๒ คร. ๖.๘
๗.สิ่งที่ล้ำเลิศArete (อะเรเท) เป็นคนที่มีคุณธรรม (นี่เป็นสิ่งที่สังคมไทยเรียกร้องหามากที่สุด!) เปโตรบอกถึงหน้าที่ของคริสเตียนว่าให้ประกาศ “พระบารมี” ของพระเจ้า (๑ ปต. ๒.๙) ตรงนี้ไม่เกี่ยวกับผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญนะครับ!
๘.สิ่งที่ควรแก่การสรรเสริญ Epainos (เอพไอนอส) หมายถึงสิ่งที่ควรยกย่องชมเชย ให้กำลังใจและรักษาไว้

สรุป - เมื่อคริสเตียนพิจารณาเห็นว่าเหมาะสมและทำลงไปแล้ว พระคัมภีร์บอกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลติดตามมาก็คือ “พระเจ้าแห่งสันติสุขจะสถิตอยู่ด้วย” “แล้วสันติสุขของพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจ จะปกป้องความคิดจิตใจของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์”

อิสยาห์ ได้เชิญชวนว่า “ทุกคนที่กระหายจงมา...ทำไมจึงใช้เงินซื้อสิ่งที่ไม่มีประโยชน์...จงเอาใส่และฟังพระวจนะของพระเจ้า...จงรับประทานของดี...จงเอียงหูเพื่อจิตวิญญาณจะได้ชีวิต”

คริสเตียนที่รัก ท่านคิดว่าสงกรานต์เป็นสิ่งที่จริงไหม? น่านับถือไหม? ยุติธรรมไหม? บริสุทธิ์ไหม? น่ารักไหม? ทรงคุณค่าไหม? ล้ำเลิศไหม? และควรแก่การยกย่องสรรเสริญไหม?

ผมไม่มีข้อสรุป แต่พระเจ้าจะทรงเป็นผู้ตรัสกับจิตใจและจิตวิญญาณของท่าน ผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์เอง และท่านก็จะรู้อย่างแจ่มชัดว่า ควรจะไปและทำตามแบบอย่างของชาวโลกที่ไม่เชื่อพระคริสต์หรือเปล่า?

เกิดมาใหญ่

www.thaisermons.com
ข้อความ:
เกิดมาใหญ่
มัทธิว ๑๘.๑-๑๔



“ในเวลานั้นเหล่าสาวกมาเฝ้าพระเยซู และทูลว่า ‘ใครเป็นใหญ่ในแผ่นดินสวรรค์?’ พระเยซูจึงเรียกเด็กเล็กๆคนหนึ่งมาให้ยืนท่ามกลางเขา แล้วตรัสว่า ‘เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าพวกท่านไม่กลับใจเหมือนเด็กเล็กๆ ท่านจะเข้าในแผ่นดินสวรรค์ไม่ได้เลย เหตุฉะนั้น ถ้าผู้ใดถ่อมจิตใจลงเหมือนเด็กเล็กคนนี้ ผู้นั้นจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินสวรรค์ ถ้าผู้ใดจะรับเด็กเล็กเช่นนี้ในนามของเรา ผู้นั้นก็รับเราด้วย แต่ถ้าผู้ใดจะทำให้ผู้เล็กน้อยเหล่านี้สักคนหนึ่งที่วางใจในเราให้หลงผิด ถ้าเอาหินโม่ก้อนใหญ่ผูกคอผู้นั้นถ่วงเสียที่ทะเลลึกก็ดีกว่า’”

“เติบใหญ่ขึ้นขอให้เจ้าได้เป็นเจ้าคนนายคน” นี่คือคำอวยพรแบบไทยๆ
มนุษย์เราตั้งแต่เกิดมาก็มีความคิดอยากเป็นใหญ่เป็นโตและต้องการอยู่เหนือคนอื่น เรานิยมชมชอบยอดมนุษย์หรือซุปเปอร์แมน (แม้ว่ามันจะเป็นเพียงในหนังก็ตาม) เรายกนิ้วให้คนที่เก่งกว่าและดีกว่า นับถือคนพวกนี้ว่าเป็นวีรบุรุษ “เก่ง เฮง ดี” เรื่องนี้ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่เป็นคริสเตียนแล้วและอยู่ในระดับผู้นำ อาจารย์และศิษยาภิบาลหลายคนปรารถนาได้รับการสถาปนาเป็นศาสนาจารย์ สวมเสื้อครุยยาวอันศักดิ์สิทธิ์และดูอลังการ!
อาจารย์คนหนึ่งบอกแก่เราว่า “ตอนที่ผมไม่ได้รับการสถาปนาเป็นศาสนาจารย์นั้น เวลาไปร่วมงานอะไรผมจะใส่สูท พวกเขามองไม่เห็นหัวผมเลย แต่หลังจากได้รับการสถาปนาแล้ว พอเขาเห็นผมใส่เสื้อครุยศาสนาจารย์ ก็รีบกุลีกุจอเข้ามาพินอบพิเทา และเชื้อเชิญให้ผมขึ้นไปนั่งบนเวที”

ในเรื่องความมักใหญ่ใฝ่สูงนั้น สมัยเริ่มแรกพวกสาวกก็เอากับเขาด้วย พากันมาทูลถามพระเยซูว่า “ใครเป็นใหญ่ในแผ่นดินสวรรค์?” ยังดีนะที่พวกเขาไม่ได้เสาะแสวงหาเกียรติและศักดิ์ศรีในโลกนี้ และต้องเป็นใหญ่ทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ
หลายปีก่อนผมไปติดต่อธุระกับเสมียนราชการคนหนึ่งในอำเภอ ขณะที่นั่งรออยู่นั้นก็สังเกตเห็นมีข้อความเขียนติดไว้ที่มุมโต๊ะของเขาว่า “ใหญ่แค่ไหน ก็เล็กกว่าโลง!” ผมอ่านแล้วชอบมากเพราะมันเป็นคติเตือนใจมนุษย์เราได้เป็นอย่างดี
วันหนึ่งผมขับรถตามสิบล้อคันหนึ่ง ที่กระบะท้ายเขียนข้อความติดไว้ว่า “เก่งกว่าพี่ก็มี แต่เขาได้ตายไปเสียแล้ว!” แม้ว่าจะเป็นคำพูดแบบประชดประชัน แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราเก็บเอามาคิดเป็นบทเรียนสอนใจได้เหมือนกัน

ผู้เป็นใหญ่
“พวกสาวกทูลถามพระเยซูว่า ‘ใครเป็นใหญ่ในแผ่นดินสวรรค์?” (คำตอบง่ายนิดเดียวคือ พระเจ้า) สาเหตุที่พวกเขาถาม อย่างแรก เพราะมีความต้องการใคร่รู้จริงๆ อย่างที่สองเพราะพวกเขามีความทะเยอทะยาน พยายามชิงดีชิงเด่นกันเองในกลุ่ม พระเยซูทรงตอบคำถามด้วยการกวักมือเรียกเด็กเล็กๆคนหนึ่งมายืนต่อหน้า เพราะเด็กมีธรรมชาติของความใสซื่อและบริสุทธิ์ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม แต่มีความจริงใจและไว้วางใจทุกคน

ในภาษากรีก paidion (ไพดิออน) คำนี้แปลว่ากุมาร(มธ. ๒.๘) เด็กเล็กๆ (มก. ๙.๓๗) หรือเด็กทารก (ลก. ๑.๘๐) ไม่ว่าจะเป็นกฏหมายของยิว โรมันหรือกรีก เด็กเล็กๆจะไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงอะไรเลย ความคิดของพระเยซูสวนกระแสของสังคมในสมัยนั้นที่คิดว่า ผู้ใหญ่ที่มีผลงานดีเด่นเท่านั้นจะมีอำนาจและเป็นใหญ่ แต่พระองค์ต้องการเปลี่ยนความคิดของพวกสาวกเสียใหม่ว่า ความยิ่งใหญ่ในแผ่นดินสวรรค์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลงานที่ยอดเยี่ยม หรือคำพูดหลักแหลมใดๆ แต่ขึ้นอยู่กับความถ่อมใจ จริงใจ ใสซื่อและบริสุทธิ์เหมือนเด็กเล็กๆ
มีเรื่องเล่าว่า ในชั้นเรียนเช้าวันหนึ่ง ครูหญิงได้ถามนักเรียนว่า ใครชอบเลี้ยงอะไร? บางคนชอบเลี้ยงสุนัข บางคนเลี้ยงปลา กระต่าย...ทุกคนตอบหมดยกเว้นเด็กชายบอย ครูหญิงจึงถามว่า “บอย ที่บ้านชอบเลี้ยงสัตว์อะไร?”
“ไม่เห็นชอบเลี้ยงสัตว์อะไร” บอยตอบ “แต่คุณพ่อมักจะพูดเสมอๆว่า คุณแม่ชอบแรด!”
“???!!”

ในบทต่อมาเราพบว่า มีคนพาเด็กเล็กๆมาหาพระเยซูเพื่อขอให้พระองค์ทรงวางมืออธิษฐาน แต่เหล่าสาวกกลับห้ามปราม พระองค์ทรงรักเด็กมากจึงตรัสว่า “จงยอมให้เด็กเล็กๆเข้ามาหาเรา อย่าห้ามเลย เพราะว่าชาวแผ่นดินสวรรค์เป็นของคนเช่นเด็กเล็กเหล่านั้น” (๑๙.๑๓-๑๔)

พระเยซูตรัสว่า ไม่มีใครสามารถเข้าไปสู่สวรรค์ได้ด้วยผลงานและคุณงามความดีของตนเอง แต่เขาจะต้องทำดังต่อไปนี้
- ต้องกลับใจเหมือนเด็กเล็กๆ (ข้อ ๓)
- ต้องถ่อมใจลงเหมือนเด็ก (ข้อ ๔)
- ต้องรับเด็กในพระนามของพระเยซู (ข้อ ๕)
- ต้องการความช่วยเหลือเหมือนกับเด็กเล็กๆ (๑๙.๑๓-๑๕)

“แต่ผู้ที่เป็นเหตุให้เด็กน้อยเล่านี้สักคนหนึ่งที่เชื่อในเราทำบาป ให้เอาหินโม่ก้อนใหญ่ผูกคอ โยนผู้นั้นลงทะเลลึกเสียก็ยังดีกว่า” (ข้อ ๖) ในสมัยโบราณตามบ้านเรือนของคนยิวจะหินโม่แป้งเพื่อทำขนมปัง “โม่หินประกอบด้วยหินกลมๆสองก้อน ก้อนล่างใหญ่กว่าและมีเดือยเสียบเข้าไปตรงกลางของหินก้อนบนซึ่งหมุนได้ โดยจะกรอกข้าวลงไปในรูหินก้อนบน มีผู้หญิงสองคนจับด้ามไม้หมุน แป้งก็จะไหลออกมาตามช่องระหว่างหินสองก้อน ซึ่งเป็นงานที่หนักเอาการ”
โดยธรรมชาติเด็กเป็นผู้ที่ไว้วางใจในผู้ใหญ่ และโดยความไว้วางใจนี่เองทำให้เขาไว้วางใจพระเจ้ามากยิ่งขึ้น พ่อแม่และผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อเด็กๆต้องรายงานเรื่องนี้ต่อพระเจ้า พระเยซูทรงเตือนว่า ใครก็ตามที่ชักนำเด็กเหล่านี้ให้ห่างไปจากความเชื่อ จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง โดยเอาหินโม่ผูกคอถ่วงน้ำเสีย ตัดทิ้งเสีย
“
ถ้ามือหรือเท้าทำให้ท่านหลงผิด จงตัดทิ้งเสีย ซึ่งจะเข้าในชีวิตนิรันดร์ด้วยมือและเท้าด้วนหรือพิการก็ยังดีกว่ามีสองมือสองเท้า และต้องถูกทิ้งในไฟซึ่งไหม้อยู่เป็นนิตย์ ถ้าตาของท่านทำให้หลงผิด จงควักออกทิ้งเสีย ซึ่งจะเข้าในชีวิตด้วยตาข้างเดียว ก็ยังดีกว่ามีสองตาและต้องถูกทิ้งลงในบึงไฟ” (ข้อ ๘-๙)

ข้อคิด พระเยซูตรัสว่า ถ้าใครอยากจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินสวรรค์ จะต้อง “ตัดบางสิ่งบางอย่างในชีวิตทิ้งไป” เพื่อเขาจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า ในพระคัมภีร์ตอนนี้พระองค์บอกว่ามีหลายอย่างทำให้หลงผิด ผู้ที่เป็นต้นเหตุทำให้หลงผิดคือมารซาตาน ซึ่งนำไปสู่ความ “วิบัติ” (ข้อ ๗)
ภาษากรีก ouai (อูไอ) หมายถึงความพินาศย่อยยับ

มือที่หลงผิด ต้องตัดทิ้งเสีย หมายถึงการกระทำของเราที่ไม่ถูกต้องตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
เท้าที่หลงผิด หมายถึงวิถีทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเราดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ให้เราเหมือนกับผู้เขียนสดุดีที่กล่าวว่า “พระวจนะของพระเจ้าเป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพเจ้า”
ตาที่หลงผิด จงควักทิ้งเสีย (ข้อ ๙) หมายถึงสิ่งที่เรามองเห็นและทำให้หลงผิด เช่น การดูภาพยนตร์ ทีวีละคร หนังสือ (ที่ไม่เหมาะสม)
การควักทิ้งคือการปิดสวิทซ์ หรือทิ้งไปเสีย

แกะหลงคอก
“จงระวังให้ดี อย่าดูหมิ่นผู้เล็กน้อยเหล่านี้สักคนหนึ่ง” (ข้อ ๑๐) ในภาษากรีก micros (มิครอส)แปลว่าผู้ต่ำต้อยที่สุด (ลก. ๗.๒๘) คนตัวเตี้ยๆ (ลก. ๑๙.๓) ผู้น้อย (วว. ๑๙.๑๘) และคนที่ไม่มีความสำคัญอันใด

พระเยซูทรงให้ความสำคัญต่อเด็กเล็กๆ โดยบอกว่ามีทูตสวรรค์เฝ้าดูแลเด็กเหล่านั้นอยู่ ตามที่ผู้เขียนสดุดีได้ยืนยันไว้ (สดด. ๙๑.๑๑) คนยิวและคริสเตียนในสมัยแรกก็เชื่อว่ามีทูตสวรรค์เฝ้าดูแลคนของพระเจ้าอยู่เสมอ (กจ. ๑๒.๑๕)

จากนั้นพระองค์ทรงรีบตรัสคำอุปมาเรื่องแกะหายทันที “ผู้หนึ่งที่แกะอยู่ร้อยตัว ตัวหนึ่งหลงหายไปจากฝูง ผู้นั้นจะไม่ละเก้าสิบเก้าตัวไว้บนภูเขา แล้วไปเที่ยวหาแกะตัวที่หายนั้นหรือ” (ข้อ ๑๒) แกะตัวเดียวดูเหมือนจะไร้ค่าและไม่มีความสำคัญ แต่ผู้เลี้ยงที่แท้จริงจะไม่ยอมสูญเสียมันไปอย่างเด็ดขาด พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงและเอาใจใส่มนุษย์ทุกคน แม้ว่าคนนั้นจะคนต่ำต้อยด้อยค่าที่สุด แต่พระองค์ “ไม่ทรงปรารถนาให้ผู้เล็กน้อยเหล่านี้สักคนหนึ่งต้องพินาศไป” (ข้อ ๑๔) เปโตรได้ยืนยันเรื่องนี้ว่า “พระองค์ไม่ประสงค์ให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย” (๒ ปต. ๓.๙)

บทเรียน คริสเตียนแท้เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญต่อเด็กๆ เขาจะต่อต้านการทำแท้ง และปกป้องเด็กที่ถูกกระทำทารุณกรรมและถูกล่วงเกินทางเพศ เขาจะพิทักษ์มิให้มีการใช้แรงงานเด็ก ฯลฯ

คริสตจักรของเรา ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เราสนับสนุนให้คริสตจักรในเครือตั้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่อำเภอแม่อาย เราไปเยี่ยมเยียนและเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าบ้านส่องสว่างที่อำเภอแม่ริม (ซึ่งมีเด็กอยู่ในความดูแล ๒๗ คน) พร้อมกับซื้อเตียง ที่นอน เสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ให้ นอกจากนั้นเรายังไปช่วยพัฒนาบุคลากรของบ้านเด็กกำพร้าสานรัก (ซึ่งมีเด็ก ๒๓ คน) บ้านขวัญเวียง เชียงใหม่ สัปดาห์ละสองวันตลอดทั้งปี เราได้หนุนใจให้ทีมงานและสมาชิกในคริสตจักรมีสายตาแบบพระเยซูคริสต์ ที่มองเห็นว่าเด็กเล็กๆเหล่านี้เป็นใหญ่ในสวรรค์อย่างแท้จริง.

ขอพระเจ้าอวยพรครับ
ไทยเซอร์มอน

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552

หัวใจรักของพระเยซู

หัวใจรักของพระเยซู



How good You mean to me? - หัวใจของชายคนนี้ดีแค่ไหน?

มีคนบอกว่า "ไม่มีใครสละทุกสิ่งให้ โดยไม่หวังผลตอบแทน?"
แต่มีคนคนหนึ่ง ที่ให้เราได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิต และไม่หวังผลตอบแทนจริงๆ
คนนั้นคือคนที่ถูกถุยน้ำลายใส่ ถูกซ้อม ถูกตี ทารุณกรรมต่างๆ นาๆ แต่กลับพูดว่า
"ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร"

ในอินโดนีเซีย ชาวมุสลิมจะจับคริสเตียนไปตัดหัว เสียบประจาน เพราะถือว่าคริสเตียนเป็นพวกนอกคอก คุณแม่ท่านนึงเห็นศพลูกสาวตัวเองที่ถูกทารุณกรรมต่อหน้าต่อตา นักข่าวต่างประเทศถามว่ารู้สึกยังไงกับภาพที่เห็น คุณแม่ท่านนั้นบอกว่า "ขอพระเจ้าทรงอภัยให้เขา" คำพูดนี้คือคำพูดของคนที่บริบูรณ์ในความรักแล้ว เป็นคำพูดเช่นเดียวกับคนที่กำลังถูกสิงโตขย้ำในจักวรรดิโรมัน เพียงเพราะมีความเชื่อในพระเยซู ... พวกเขา ไม่แค้นเคือง ไม่สาปแช่ง มีแต่ความรักและการให้อภัย

ในคริสตจักรยุคแรก [Acts 7:60] ขณะที่ Stephen ถูกหินขว้างจะตาย คำพูดของเขาคือ "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอโปรดอย่าทรงถือโทษเขาเพราะบาปนี้" คนเหล่านี้คิดอย่างนี้ได้อย่างไร ทั้งที่ถูกทำร้ายจนจะตาย ... ก็เพราะชายผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นแบบอย่างแห่งความรัก

มนุษย์ทุกคน สมควรได้รับโทษบาป ควรถูกเฆี่ยน ควรถูกลงโทษต่างๆ นาๆ ให้สมกับความชั่วที่เคยทำไว้ แต่พระเยซูกลับยอมลดตัวลงมารับสภาพเนื้อหนัง เพื่อแลกกับความเจ็บปวดของเรา พระองค์ไม่สมควรที่จะรับแส้ รอยแผล ตะปู และกางเขนเลย เพราะพระองค์ไม่มีบาปอันใด ... แต่ที่พระองค์ยอม ก็เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก ผู้ห่วงใยมนุษย์ทุกคน ต้องการต้อนรับคนบาปอย่างเราร่วมในอาณาจักรนิรันดร์กับพระองค์



ถ้าเวลาใครทำไม่ดีกับเรา หลายครั้งที่เราจะโกรธ บ่น ว่าตอบ แต่ถ้าเป็นพระเยซูก็จะมีแต่รอยยิ้ม แม้เราจะทำผิดต่อพระองค์ พระองค์ไม่เคยทำอย่างที่เราทำ ... จะมีใครอีกมั๊ย ที่มีหัวใจเหมือนพระเยซู สอนให้รักศัตรู ทำดีต่อผู้ที่เกลียดชังเรา มีศาสนาใดๆ ในโลกบ้างมั๊ย ที่สอนให้คนรู้จักความรักได้มากเหมือนกับที่พระเยซูทรงสอน ... ไม่มี ไม่มีเลย

ในประเทศข่มเหงคริสเตียนประเทศหนึ่ง ทหารเอาคริสเตียนมาเข้าแถว แล้ววางรูปพระเยซูให้เดินมาถ่มน้ำลายใส่ ถ้าใครไม่ถ่มน้ำลาย จะถูกตัดหัว หลายคนเมื่อเดินผ่าน แม้ปากจะเคยบอกว่าเป็นคริสเตียน แต่กลัวตาย ก็เลือกจะถ่มน้ำลายใส่ จนกระทั่งหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาถึง เธอเก็บรูปภาพที่เต็มไปด้วยน้ำลายมาเช็ดออกแล้วกอดแนบอก เธอกล่าวว่า "จะลืมความรักของพระองค์ได้อย่างไร? ในเมื่อพระเยซูดีต่อดิฉันตั้งมากมาย" และหลังจากนั้น เธอก็โดนประหาร ... ความรัก ความดี หัวใจของพระองค์ที่เราสัมผัสวันนี้ สามารถทำให้เรากล่าวอย่างนี้ได้หรือเปล่า? หัวใจของพระเจ้าดีแค่ไหน ใครที่รู้จักพระองค์ คงรู้ว่าวัดไม่ได้ และไม่สิ้นสุด เพราะมันเป็นรักชนิดเดียวในโลก ที่ไม่ต้องการอะไรตอบแทน

Think About His Love written by W. Harrah
Think about His love, Think about His goodness
Think about His grace that's brought us through
for as high as the heavens above
So great is the measure of our Father's love
Great is the measure of our Father's love
How could I forget His love
How could I forget His mercy
He satisfies my desires
จะลืมความรักพระองค์ได้อย่างไร?
จะลืมเมตตาพระองค์ได้อย่างไร?
ข้าอิ่มเอมใจ ข้าอิ่มเอมใจ ในพระองค์

P. S. // อินโดที่ล่าหัวคริสเตียนมีคริสเตียน 40% เกาหลีมีคริสเตียน 60% จีนที่ห้ามนับถือศาสนา ห้ามมีไบเบิ้ล มีคริสเตียน 50%
แต่มีใครรู้จักประเทศนี้มั๊ย ประเทศที่เสรีที่สุดในโลก แต่มีคริสเตียนน้อยที่สุด?
.
..
... เฉลย ... ประเทศที่ใช้ภาษาซึ่งคุณกำลังอ่านอยู่ ... THAILAND ประเทศแห่งความเป็นไท อิสรภาพ คริสเตียน = 0.5%

http://popsyz.spaces.live.com/blog/cns!1C10152FC1BD29D3!1187.entry

การตายและการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระพระเยซูคริสต์

เทศนา งานอิสเตอร์

เป้าหมาย ผู้เชื้อและผู้สนใจ

คำนำ เมล็ดข้าวที่ถูกหว่านออกไปและเน่าเปื่อยจึงเกิดเป็นต้นข้าวที่มีชีวิต

พระธรรม 1 โครินธ์ 15:3-5


ประโยคเชื่อม การตายและการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระพระเยซูคริสต์เป็นหัวใจสำคัญของข่าวประเสริฐดังนั้น เราจึงต้องพูดเรื่องราวข่าวประเสริฐของพระองค์

ประการที่ 1 ตายเพื่อนเรา (3)

ในเบื้องหลังความคิดของชาวโครินธ์ พวกเขาคิดว่าพระเยซูไม่ฟื้นคืนพระชนม์ แต่หลังถูกตรึงพระเยซูคริสต์ถูกรับไปบนสวรรค์ เหมือนกับเอลียาห์ แต่ถ้าจะกล่าวถึงหลักฐานว่าพระเยซูคริสต์ สิ้นพระชนม์เรามีหลักฐานหลายประเด็น เช่น น้ำเลือดออกจากการที่ถูกแทงสีข้าง และการถูกผ้า พันไว้ทั้งตัว ก่นเอาไปฝังในอุโมงค์เป็นต้น ซึ่งเหตุผลทั้งสองบอกได้ชัดเจนว่าพระเยซูคริสต์ได้สิ้นพระชนม์จริงๆ

1. เหตุผลที่สิ้นพระชนม์

* เพราะเรามีเชื้อสายของความบาป เราเป็นคนบาปที่มีเชื้อแห่งบาปติดอยู่ในตัวเรา และเรามาสมารถช่วยเหลือตนเองให้หลุดพ้นสายเลือดแห่งความบาปเหล่านี้ได้ ด้วยวิธีของเราได้ และมนุษย์เราทุกคนต้องตาย ด้วยเหตุนี้พระเยซูคริสต์เองต้องเข้ามาในโลก และสิ้นพระชนม์บนไม่กางซึ่งเป็นหนทางแห่งความรอด

* เพื่อไถ่บาปเรา ในสมัยก่อนเมื่ออิสราเอลทำความบาป เขาต้องเอาสัตว์มาเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป และตอนที่อับราฮัมจะถวาอิสอัสเป็นเครื่องบูชาแด่พระเจ้า เวลานั้นพระเจ้าก็ประทานแกะตัวหนึ่งเป็นเครื่องบูชาแทน พูดง่ายๆคือ พระเยซูคริสต์ก็เหมือนกับแพะรับบาปแทนเรานั้นเอง

*จะมีสักกี่คน ที่ยอมตายเพื่อคนอื่นได้ชีวิต เพราะว่าโดยนิสัยส่วนใหญ่ของมนุษย์จะเห็นก่ตัว ถ้าเราดูในทีวีเราจะเห็นถึงความรักที่ยอมตายเพื่อคนที่ตนเองรัก แต่อย่าลืมว่านั่นเป็นแค่ละครน้ำเน่า และเราจะเห็นความจริงอีกอย่างหนึ่งว่า ถ้าคนที่เรารักก็คงจะตายแทนกันได้ แต่ถ้าเป็นคนทั่วไปก็คงจะยาก ยิ่งคนที่ไม่น่ารัก เช่น คนพิการ คนปากแหว่งตาบอด คนชั่ว คนขี้โกงและอีกมากมายที่มาน่ารักก็ยิ่งหมดสิทธิ์

พี่น้องครับแล้วเราเป็นใครเป็นประเภทไหน พระเยซูรักเราถึงขนาดยอมตายเพื่อเราเพื่อไถ่ความผิดบาปของเรา พระองค์ไม่จดจำความผิดบาปของเรา เมื่อเราเชื่อในพระองค์ด้วยใจจริง พระองค์ทรงยกโทษความผิดบาปของเราแล้ว ขอเพียงอย่างหนึ่งคือเราอย่าเพิกเฉยพระคุณอันมีค่าที่พระคริสต์ให้กับเรา อย่าไปหมกหม่นในความบาปอีก ใช้ชีวิตที่พระเจ้าให้กับเราอย่างมีคุณค่าโดยการรับใช้พระองค์

ประการที่2 พระคริสต์ฟื้นคืนพระชนม์ (4)

หลังจากที่พระคริสต์สิ้นพระชนม์ แล้วพระศพของพระองค์ก็ถูกนำไปฝังไว้ในอุโมงค์และไม่ใช่ว่าจะถูกฝังไว้ตลอดไป จากพระคัมภีร์เราจะเห็นว่า ในวันที่3 พระองค์ได้เป็นขึ้นมาจากความตาย เมื่อเรากล่าวถึงการฟื้นขึ้นจากความตาย อาจเป็นเรื่องธรรมดาของคนทั่วไป เพราะมีเรื่องนี้ปรากฏเห็นอยู่บ่อยๆ แต่สำหรับพระเยซุแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา เพราะพระองค์ฟื้นแล้วไม่ตายอีกและเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ ในขณะเดียวกันถ้าพระเยซูไม่เป็นขึ้นมาจากความตาย แน่นอนความเชื่อของคริสเตียนก็คงน่าสมเพชที่สุดและไม่มีแก่น ไม่มีความหวังเพราะน่าถือคนที่ตายไปแล้ว แต่ความจริงคือ พระเยซูคริสต์ได้เป็นขึ้นมาจากความตายไม่ตายและเป็นอยู่ตลอดกาล และวันหนึ่งพระองค์จะเสด็จมารับผู้ที่เชื่อพระองค์อยู่กับพระองค์ ทำให้เราทั้งหลายมีความหวังในพระองค์เสมอ

2.1หลักฐานที่ยืนยันว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาขากความตาย

- อุโมงค์ว่างเปล่า ในขณะเดียวมีคนที่ไม่ยอมรับพระเยซูคริสต์เป็นขึ้นมาจากความตาย ดดยคนเหล่านั้นอ้างว่า ศพของพระองค์ถูกสาวกขโมยไป นั่นเป็นสิ่งที่ย่อมเป็นไปไม่เลย เพราะว่าสาวกเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยและตอนนั้นก็กระจัดกระจายก็ไปหมด และก้ไม่มีกำลังที่จะไปปล้นเอาศพจากกำลังทหารที่กำลังเฝ้าอุดมงค์อยู่เป็นกอง

ดังนั้นไม่ใช่ว่าศพพระเยซูจะหายไป แต่ว่าพระองค์เป็นขึ้นมาจริงๆ โดยจากหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ เช่น หลักฐานจากผู้ที่เห็นเหตุการณ์ในเวลานั้น

(1โครินธ์ 15:1-9) และจากการยืนยันของเปาโลที่ไม่ใช่สาวกวงในเป็นต้น

*พี่น้องครับพระเยซูคริสต์ที่เราเชื่อนั้น ยังทรงพระชนม์อยู่ และไม่ตายเหมือนกับพระทั่วไป ที่มามีชีวิตแต่คนก็ยังศรัทธาอันแรงกล้า ไปเซ่นไหว้ เอาของไปถวาย ในสิ่งที่เขากราบไหว้ ทั้งที่มามีชีวิตไม่มีความหวังที่ชัดเจน และเรามีพระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่เรา ยิ่งต้อง ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อฟังและมีความหวังใจในพระเจ้าว่าในวันหนึ่งว่าพระคริสต์จะเสด็จกลับมารับเรา ดังนั้น อย่าใช้ชีวิตแบบคนที่มามีความหวังเหมือนคนที่ตายแล้ว อย่าลืมว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่

ขอพระเจ้าจะอวยพรพี่น้องทุกท่าน


นาย สุขสันต์ สุเลิศดิลกกุล

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552

ฟื้นฟูชีวิตจิตวิญญาณ

ฟื้นฟูชีวิตจิตวิญญาณ

นพ. สุทิตต์ กุลสรรค์ศุภกิจ S_K 020409

1. โลกตกอยู่ในความบาป เสื่อมทรามลง

· ทุกอย่างอยู่ภายใต้อิทธิพลแห่งบาป

· เสื่อมทรามลงรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ

· เสื่อมทรามลงอย่างไม่ทันรู้ตัว

สภษ.24:30-31 และนี่แน่ะ มีตำแยงอกเต็มไปหมด และแผ่นดินก็เต็มไปด้วยต้นเหงือกหนามและ กำแพงหินของมันก็พังลง

ปฐก6 :11-12 11 คนทั้งโลกเสื่อมทรามไปในสายพระเนตรของพระเจ้า และแผ่นดินก็เต็มไปด้วยความทารุณ

12 พระเจ้าทอดพระเนตรแผ่นดินก็ทรงเห็นว่าเสื่อมทราม เพราะบรรดามนุษย์ประพฤติตนเสื่อมทรามบนแผ่นดิน

· ชีวิตในพระคริสต์ของเราเปลี่ยนไปมากน้อยเท่าใดแล้ว

สดด42:5-6 5 จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้า
6 จิตใจของข้าพระองค์ฝ่ออยู่ภายในข้าพระองค์ เพราะฉะนั้นข้าพระองค์จึงระลึกถึงพระองค์
ตั้งแต่แผ่นดินแห้งแม่น้ำจอร์แดนและแห่งภูเขาเฮอร์โมนตั้งแต่เนินมิซาร์

วว. 2:4 แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือเจ้าได้ละทิ้งความรักดั้งเดิมของเจ้า

2ทธ. 4:10 เพราะว่าเดมาส ได้หลงรักโลกปัจจุบันนี้เสียแล้ว และได้ทิ้งข้าพเจ้าไปยังเมืองเธสะโลนิกา เครสเซนส์ได้ไปยังแคว้นกาลาเทีย ทิตัสได้ไปยังเมืองดาลมาเทีย

2. มนุษย์ต้องการฟื้นฟู

· ชีวิตมนุษย์รับอิทธิพลความบาป จึงเสื่อมทรามลง ต้องรับการฟื้นฟูทั้งสามด้าน ร่างกาย จิตใจ วิญญาณ

2.1 ฟื้นฟูสภาพร่างกาย

· ร่างกายไม่ต้องพักได้ไหม ไม่ต้องนอนได้ไหม หากไม่พัก จะเหน็ดเหนื่อย อ่อนแรง ขาดสติ ตายในสุด

· ร่างกาย ต้องนอน ทำงานวันละ8-16 ชั่วโมง นอนวันละ 6-8 ชั่วโมง หากทำเกินจะหมดสภาพ

· การนอนหลับเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด น่าจะตั้งแต่เริ่มตั้งแต่อดัม ซึ่งในเวลานั้นมีความสว่างในกลางวัน และความมืดในกลางคืน

· ปัจจุบันมีไฟฟ้าใช้ได้ตลอดเวลา แม้ทำงานได้ตลอด24ชั่วโมง แต่ไม่มีใครทำงานได้ยาวนานโดยไม่ต้องนอน

· พระเจ้าไม่ได้ออกแบบมนุษย์มาให้ทำงานอย่างไม่ต้องนอนตลอดชีวิต

· พระเจ้าออกแบบทุกอย่างมาอย่างมีวัตถุประสงค์ อะไรที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ต้องมีสาเหตุ

· พักเพื่ออะไร ทำไมพระเจ้าถึงออกแบบให้เราพัก ให้เรานอน

· เพื่อให้มีกำลังในการทำดำเนินชีวิตต่อไปอีก ให้เป็นชีวิตที่อยู่อย่างมีคุณค่า

· มิใช่พักเพื่อให้อยู่ต่อไปอย่างไร้ค่า

· มิใช่พักเพื่อมีกำลังเพื่อทำสิ่งชั่วร้าย

· เอลียาห์หมดแรงท้อแท้ ต้องฟื้นกำลัง นอน กิน ก่อน ทำกิจกรรมใหม่ที่มีคุณค่าต่อไป

1 พกษ. 19:5-8 5 และท่านก็นอนลงหลับอยู่ใต้ต้นซาก ดูเถิด มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาถูกต้องท่าน และพูดกับท่านว่า “ลุกขึ้นรับประทานซี”

6 และท่านก็มองดู ดูเถิด ตรงที่ศีรษะของท่านมีขนมปังที่ปิ้งบนก้อนหินร้อน และมีไหน้ำลูกหนึ่ง ท่านก็รับประทานและดื่ม และนอนลงอีก

7 และทูตของพระเจ้าก็มาอีกเป็นครั้งที่สองถูกต้องท่านแล้วว่า “ลุกขึ้นรับประทานซี มิฉะนั้นทางเดินจะเกินกำลังของท่าน

8 และท่านก็ลุกขึ้นรับประทานและดื่ม และเดินไปด้วยกำลังของอาหารนั้นสี่สิบวันสี่สิบคืนถึงโฮเรบภูเขาของพระเจ้า

· ไม่เพียงการพักผ่อนที่เพิ่มกำลังฝ่ายร่างกาย การพบพระเจ้าก็เพิ่มแรงได้

· พระเจ้าเพิ่มพลังให้คนที่พบกับพระองค์ แม้ร่างกายอ่อนเปลี้ยก็จะสามารถมีกำลังใหม่ได้

อสย. 40:29-31 29 พระองค์ประทานกำลังแก่คนอ่อนเปลี้ย และแก่ผู้ที่ไม่มีกำลัง พระองค์ทรงเพิ่มแรง

30 แม้คนหนุ่มๆ จะอ่อนเปลี้ยและเหน็ดเหนื่อย และชายฉกรรจ์จะล้มลงทีเดียว

31 แต่เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระเจ้าจะเสริมเรี่ยวแรงใหม่ เขาจะบินขึ้นด้วยปีกเหมือนนก

อินทรี เขาจะวิ่งและไม่เหน็ดเหนื่อยเขาจะเดินและไม่อ่อนเปลี้ย

จุดบอดของการฟื้นฟูร่างกาย

· ฟื้นฟูผิดวัตถุประสงค์

o มุ่งเน้นร่างกายมากกว่าจิตวิญญาณ

o พักฟื้นเพื่อพักทุกอย่างตลอดไป

o วัตถุประสงค์หลัก คือ พักเพื่อให้มีกำลังในใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าต่อไป

· ฟื้นฟูผิดวิธี

o แทนที่จะฟื้นฟู กลับแย่ลงกว่าเดิม ใช้เวลาทรมานร่างกาย เสียเวลาแล้วไม่ได้พัก ร่างกายยังทรุดโทรมลง กินเหล้า เที่ยวกลางคืน เข้าคอร์สดูหนังมาราธอน

มธ.6: 29 เหตุฉะนั้น เราบอกท่านทั้งหลายว่า อย่ากระวนกระวายถึงชีวิตของตนว่า จะเอาอะไรกิน หรือจะเอาอะไรดื่ม และอย่ากระวนกระวายถึงร่างกายของตนว่า จะเอาอะไรนุ่งห่ม ชีวิตสำคัญยิ่งกว่าอาหารมิใช่หรือ และร่างกายสำคัญยิ่งกว่าเครื่องนุ่งห่มมิใช่หรือ

2.2 ฟื้นฟูสภาพจิตใจ

· ชีวิตที่ขาดความชื่นบาน เป็นชีวิตที่อยู่อย่างยากลำบาก

· พระเจ้าต้องการให้เรามีความชื่นบานในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันด้วย ไม่เพียงแต่มีกำลังเท่านั้น

· จิตใจที่ขาดความสดใส สาเหตุอาจมาจากคนรอบตัวเรา หรือจากความคิดพฤติกรรมที่ไม่ดีของเราเอง

· จิตใจ เป็นศูนย์กลาง ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก หากคิดลบห่อเหี่ยว ท้อแท้ คงทำอะไรต่อไปไม่เป็นผล

· ต้องรับการฟื้นฟู ความคิดตามหลักการพระเจ้า แล้วอารมณ์ การตัดสินใจ จะเปลี่ยนไป มีความคิด จิตใจที่สดใส ชื่นชมยินดีต่อสู้กับปัญหามากมายที่ไม่เคยหมดไปจากโลก หรือ จากชีวิตของเรา

รม. 12:2 อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรดียอดเยี่ยม

· ขอพระเจ้าทรงฟื้นใจเรา

สดด. 51:10 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสร้างใจสะอาดภายในข้าพระองค์ และฟื้นใจที่หนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์

· มีความชื่นบานในการทำสิ่งต่างๆ ในการดำเนินชีวิตต่อไป

· หากพระเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ พระองค์ทรงช่วยคนของพระองค์ให้ความโศกเศร้าจะกลายเป็นความชื่นบานได้เสมอ

อสย. 35:10 ผู้ที่รับการไถ่แล้วของพระเจ้าจะกลับ และจะมายังศิโยนด้วยร้องเพลงมีความความชื่นบานเป็นนิตย์ บนศีรษะของเขาทั้งหลาย เขาจะได้รับความชื่นบานและความยินดี ความโศกเศร้าและการถอนหายใจจะปลาตไปเสีย

จุดบอดของการฟื้นฟูจิตใจ

ตัวของเราเอง

· หลงสู้กับเงาตัวปลอมอยู่ตั้งนาน ที่แท้ตัวร้ายก็จิตใจของเราเอง

เยเรมีย์ 17:9-10 9 จิตใจก็เป็นตัวล่อลวงเหนือกว่าสิ่งใดทั้งหมด มันเสื่อมทรามอย่างร้ายทีเดียว ผู้ใดจะรู้จักใจนั้นเล่า

10 “เราคือพระเจ้าตรวจค้นดูจิต และทดลองดูใจ

สภษ.14:10 จิตใจรู้ความขมขื่นของใจเอง และไม่มีใครอื่นมาเข้าส่วนความชื่นบานของมัน

หลงเป้าหมาย

· แทนการฟื้นฟูจิตใจ ใกล้ชิดพระเจ้า กลับอยากห่างจากพระองค์มากขึ้น แต่อยากใกล้ชิดกับสิ่งอื่นแทน หมกมุ่นอยู่กับสิ่งนั้น ทั้งความคิด พฤติกรรม และการกระทำ

· ติดยา ติดเหล้า ติดหญิง ติดทีวี ติดเที่ยว ติดการพนัน ติดกาม ติดเกมส์ ติดเงิน

· เป็นความสุขชั่วคราวที่ไม่ถาวร

· แทนจิตใจที่ได้พักพักกลับหนักอึ้ง

มธ11:28-30 28 บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข

29 จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก

30 ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา”

สดด131:2 แต่ข้าพระองค์ได้สงบและระงับจิตใจของข้าพระองค์ อย่างเด็กที่หย่านมแล้วสงบอยู่ที่อกมารดาของตน จิตใจของข้าพระองค์สงบอยู่ภายในข้าพระองค์ เหมือนอย่างเด็กที่หย่านมแล้ว

2.3 ฟื้นฟูสภาพจิตวิญญาณ

· รื้อฟื้นความสัมพันธ์กับพระเจ้า กลับมาชมพระพักตร์อัศจรรย์

· จึงต้องเข้าเฝ้าบ่อยๆ ร้องทูลกับพระองค์เรื่อยๆ มีเวลาเฉพาะในการอธิษฐาน นมัสการ เฝ้าเดี่ยว

· ปัจจุบันทำได้ทุกเวลา ในอดีตเข้าเฝ้าพระเจ้าส่วนตัวได้ไหม

· ในอดีต ไม่สามารถเฝ้าเดี่ยวได้ พระเจ้าไม่อนุญาตให้คนบาปอยู่ใกล้พระองค์ เข้าใกล้ชิดพระเจ้าจริงๆได้ในวันสะบาโต และผ่านคนกลาง ปัจจุบันทำได้เอง

· เราทำมากน้อยขนาดไหน

· ถ้าไม่เข้าเฝ้า จิตวิญญาณจะห่อเหี่ยว

· สิ่งดีที่จำเป็นที่ทำได้ ทำหรือไม่

2คร. 4:16 เหตุฉะนั้นเราจึงไม่ย่อท้อ ถึงแม้ว่ากายภายนอกของเรากำลังทรุดโทรมไป แต่จิตใจภายในนั้นก็ยังคงจำเริญขึ้นใหม่ทุกวัน

คส. 3:10 และได้สวมวิสัยมนุษย์ใหม่ ที่กำลังทรงสร้างขึ้นใหม่ตามพระฉายของพระองค์ผู้ทรงสร้างให้รู้จักพระเจ้า

· ทำไมต้องหยุดวันอาทิตย์ ไม่ทำ 3 วัน หยุด 3 วัน หรือ ทำ 10 วัน หยุด หนึ่งวัน

· เพราะเป็นคำสั่งของพระเจ้า ให้หยุดพักในวันที่เจ็ด เป็นวันสะบาโต

· เป็นการรื้อฟื้นชีวิตทั้งสามด้าน

· ไม่ว่าคนที่ปฏิบัติตามจะรู้หรือไม่ก็ตาม

จุดบอดของฟื้นฟูชีวิตฝ่ายวิญญาณ

2.3.1 เนื้อหนัง

· เนื้อหนังต่อสู้ชีวิตฝ่ายวิญญาณ จึงฟื้นฟูชีวิตฝ่ายวิญญาณไม่ได้สักที

กาลาเทีย 5:16-21 16 แต่ข้าพเจ้าขอบอกว่า จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ อย่าสนองความต้องการของเนื้อหนัง

17 เพราะว่าความต้องการของเนื้อหนังต่อสู้พระวิญญาณ และพระวิญญาณก็ต่อสู้เนื้อหนัง เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูกัน ดังนั้นสิ่งที่ท่านทั้งหลายปรารถนาทำจึงกระทำไม่ได้

18 แต่ถ้าพระวิญญาณทรงนำท่าน ท่านก็จะไม่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ

19 การงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการล่วงประเวณี การโสโครก การลามก

20 การนับถือรูปเคารพ การถือวิทยาคม การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การโกรธกัน การใฝ่สูง การทุ่มเถียงกัน การแตกก๊กกัน

21 การอิจฉากัน การเมาเหล้า การเล่นเป็นพาลเกเร และการอื่นๆในทำนองนี้อีกเหมือนที่ข้าพเจ้าได้เตือนท่านมาก่อน บัดนี้ข้าพเจ้าขอเตือนท่านเหมือนกับที่เคยเตือนมาแล้วว่า คนที่ประพฤติเช่นนั้นจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า

1เปโตร 2:11 ดูก่อนท่านที่รัก ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านทั้งหลาย ผู้อาศัยในโลกอย่างโลกไม่เป็นบ้านเกิดเมืองนอน ให้เว้นจากตัณหาของเนื้อหนัง ซึ่งเป็นข้าศึกต่อวิญญาณจิตของท่าน

· ปักใจอยู่กับเนื้อหนังเป็นศัตรูกับพระเจ้า จึงไม่เข้าหาพระองค์

โรม 8:7 เหตุว่าใจซึ่งปักอยู่กับเนื้อหนังนั้นก็เป็นศัตรูต่อพระเจ้า หาได้อยู่ใต้บังคับธรรมบัญญัติของพระเจ้าไม่ และที่จริงจะอยู่ใต้บังคับธรรมบัญญัตินั้นไม่ได้

โรม 8:8 และคนทั้งหลายที่อยู่ใต้เนื้อหนัง จะเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้าก็หามิได้

โรม 8:13 เพราะว่าถ้าท่านทั้งหลายดำเนินชีวิตตามฝ่ายเนื้อหนังแล้ว ท่านจะต้องตาย แต่ถ้าโดยฝ่ายพระวิญญาณ ท่านได้ทำลายการของฝ่ายกายเสียท่านก็จะดำรงชีวิตได้

· สิ่งใดที่ทำให้เราหลงผิด ให้ทิ้งเสีย

มาระโก 9:43-47 43 ถ้ามือของท่านทำให้หลงผิด จงตัดทิ้งเสีย ซึ่งจะเข้าในชีวิตด้วยมือด้วน ยังดีกว่ามีสองมือและต้องถูกทิ้งในนรกในไฟที่ไม่รู้ดับ

45 ถ้าเท้าของท่านทำให้หลงผิด จงตัดทิ้งเสีย ซึ่งจะเข้าในชีวิตด้วยเท้าด้วนยังดีกว่ามีเท้าสองเท้า และต้องถูกทิ้งในนรก

47 ถ้าตาของท่านทำให้ท่านหลงผิด จงควักออกทิ้งเสีย ซึ่งจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าด้วยตาข้างเดียวยังดีกว่ามีสองตา และต้องถูกทิ้งไปในนรก

2.3.2 รักโลก

· รักเนื้อหนังต่างจากรักโลกอย่างไร

· รักเนื้อหนัง คือ บำรุงสุขแก่เนื้อหนัง ขอสุขสบายเนื้อหนังก่อนสิ่งอื่นใด

· รักโลก คือ รักวิถีของโลก รักชีวิตในโลกปัจจุบันนี้มากกว่ารักสวรรค์ในชีวิตนิรันดร์

· มากกว่าเรื่องเนื้อหนัง แวดวงกว้างขวางกว่าเรื่องเนื้อหนัง เช่นเรื่อง เงินทอง เกียรติยศที่โลกให้

· รักสิ่งไหนก็สร้างชีวิตบนสิ่งนั้น ไม่ได้เตรียมสิ่งใดในสวรรค์ไว้

1ยอห์น 2:15-17 15 อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าผู้ใดรักโลก ความรักต่อพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น

16 เพราะว่าสารพัดซึ่งมีอยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา และความทะนงในลาภยศไม่ได้เกิดมาจากพระบิดา แต่เกิดมาจากโลก

17 และโลกกับสิ่งที่ยั่วยวนของโลกกำลังล่วงไป แต่ผู้ที่ประพฤติตามพระทัยของพระเจ้าจะดำรงอยู่เป็นนิตย์

มธ 6:19-24 19 อย่าส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในโลก ที่อาจเป็นสนิมและที่แมลงกินเสียได้ และที่ขโมยอาจขุดช่องลักเอาไปได้

20 แต่จงส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์ ที่ไม่มีแมลงจะกินและไม่มีสนิมจะกัด และที่ไม่มีขโมยขุดช่องลักเอาไปได้

21 เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน ใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย

22 “ตาเป็นประทีปของร่างกาย เหตุฉะนั้นถ้าตาของท่านปกติ ทั้งตัวก็พลอยสว่างไปด้วย

23 แต่ถ้าตาของท่านผิดปกติ ทั้งตัวของท่านก็พลอยมืดไปด้วย เหตุฉะนั้นถ้าความสว่างซึ่งอยู่ในตัวท่านมืดไป ความมืดนั้นจะหนาทึบสักเพียงใดหนอ

24 ไม่มีผู้ใดเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนายได้ เพราะว่าจะชังนายข้างหนึ่ง และจะรักนายอีกข้างหนึ่ง หรือจะนับถือนายฝ่ายหนึ่ง และจะดูหมิ่นนายอีกฝ่ายหนึ่ง ท่านจะปฏิบัติพระเจ้าและจะปฏิบัติเงินทองพร้อมกันไม่ได้

2.3.3 บาปที่เกาะแน่น

· บาปต่างจาก เรื่อง รักเนื้อหนัง และ เรื่องรักโลกอย่างไร

· บาปเป็นเรื่องการละเมิดที่เจาะจง สำหรับคนแต่ละคนแตกต่างกันออกไป

· บาปบางอย่างถูกซ่อนเร้นเอาไว้ เปลี่ยนรูปแบบไป แต่ยังอยู่ในใจของแต่ละคน พฤติกรรมบาปในแต่ละยุคสมัยจึงเปลี่ยนไป และดูเหมือนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

· บาปบางอย่างเป็นบาปที่เป็นวิถีชีวิต ทำให้ยากที่จะเอาชนะ หากไม่ได้ตั้งใจลงแรง เอาชนะ เปลี่ยนวิถีอย่างแท้จริง

· รักบาป ยอมปล่อยให้บาปหลุดไปจากชีวิตไม่ได้ เหมือนตัวประหลาดจากนอกโลกในเรื่องสไปเดอร์แมน3 เกาะติดแน่น และรู้สึกว่าดี มีพลังในการทำตามใจได้หมดทุกอย่าง แต่เป็นสิ่งที่ชั่วร้าย ต้องอาศัยความจริงใจ ความตั้งใจในการแกะมันออกจากชีวิต

ฮีบรู 12:1 เหตุฉะนั้น เมื่อเรามีพยานพรั่งพร้อมอยู่รอบข้างเช่นนี้แล้ว ก็ขอให้เราละทิ้งทุกอย่างที่ถ่วงอยู่ และบาปที่เกาะแน่น ขอให้เราวิ่งแข่งด้วยความเพียรพยายาม ตามที่ได้กำหนดไว้สำหรับเรา

· เปลี่ยนเถิด อย่าอยู่ในบาปต่อไป

โรม6:2 อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย พวกเราที่ตายต่อบาปแล้วจะมีชีวิตในบาปต่อไปอย่างไรได้

โรม6:11-13 11 เหมือนกันเช่นนั้นแหละ ท่านทั้งหลายจงถือว่าท่านได้ตายต่อบาป และมีชีวิตสนิทกับพระเจ้าในพระเยซูคริสต์

12 เหตุฉะนั้นอย่าให้บาปครอบงำกายที่ต้องตายของท่าน ซึ่งทำให้ต้องเชื่อฟังตัณหาของกายนั้น

13 อย่ายกอวัยวะของท่านให้แก่บาป ให้เป็นเครื่องใช้ในการอธรรม แต่จงถวายตัวของท่านแด่พระเจ้า เหมือนหนึ่งคนที่เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และจงให้อวัยวะเป็นเครื่องใช้ในการชอบธรรมถวายแด่พระเจ้า

· จะพึ่งพระคุณเพื่อทำบาปต่อไปนานขนาดไหน ในที่สุดบาปจะกลืนกินชีวิตของท่านไปอย่างแน่นอน

โรม6:1 1 ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร ควรเราจะอยู่ในบาปต่อไป เพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ

โรม6:15 ถ้าเช่นนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป เราจะทำบาปเพราะมิได้อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ แต่อยู่ใต้พระคุณกระนั้นหรือ ก็อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย

· เราจึงไม่ควรอยู่ในบาป หรือเดินในที่ใกล้บาปมากที่สุดให้ได้รับความชุ่มฉ่ำจากมันบ้าง

· ต้องหนีให้ไกล อย่าไปอยู่ที่ขอบๆ ที่ที่บาปจับกุ่มตัวเราไปเป็นทาสของมันอย่างง่ายดาย ต้องอยู่ใกล้พระเจ้าเข้าไว้

2.3.4 ความเคยชิน

· ความเคยชินเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ยิ่งต่อการฟื้นฟูชีวิตฝ่ายวิญญาณ

· คนมักชอบทำอะไรแบบเดิมๆ คุ้นกับการทำอะไรเดิมๆ

· เมื่อมีอะไรใหม่ที่ต้องทำ แม้ตั้งใจยังย้อนกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆได้เสมอ

· ต้องรู้เท่าทันตัวเอง ตั้งใจเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง

· ทุกคนล้วนต้องเปลี่ยนแปลง เพราะยังไม่สมบูรณ์

· อย่าให้ความเคยชินกับวิถีชีวิตแบบเดิมๆหลอกเรา

2 คร.5:17-20 17 “เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น”

18 ทั้งสิ้นนี้เกิดมาจากพระเจ้า ผู้ทรงให้เราคืนดีกันกับพระองค์ทางพระเยซูคริสต์ และทรงโปรดประทานให้เรามีพันธกิจเรื่องการคืนดีกัน

19 คือพระเจ้าทรงให้โลกนี้คืนดีกันกับพระองค์โดยพระคริสต์ มิได้ทรงถือโทษในการผิดของเขา และทรงมอบเรื่องการคืนดีกันนั้นให้เราประกาศ

20 ฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์ โดยที่พระเจ้าทรงขอร้องท่านทั้งหลายทางเรา เราจึงขอร้องท่านในนามของพระคริสต์ให้คืนดีกันกับพระเจ้า

อฟ 4:22-24 22 ท่านจงทิ้งตัวเก่าของท่าน ซึ่งคู่กับวิถีชีวิตเดิมนั้นเสีย อันจะเสื่อมเสียไปสู่ความตายตามตัณหาอันเป็นที่หลอกลวง

23และจงให้วิญญาณจิตของท่านเปลี่ยนใหม่

24และให้ท่านสวมสภาพใหม่ ซึ่งทรงสร้างขึ้นใหม่ตามแบบอย่างของพระเจ้า ในความชอบธรรมและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง



วิถีการฟื้นฟูชีวิตฝ่ายวิญญาณ



1. สนใจชีวิตฝ่ายวิญญาณมากกว่าสิ่งอื่น

· รู้ตัวว่าบกพร่อง ไม่ว่าใครก็เป็นมนุษย์คนบาปเหมือนคนอื่นๆ

· ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร บกพร่องเหมือนกัน เราไม่ใหญ่กว่าเขา เอาตัวเองก็ไม่รอดแล้ว ยังต้องให้ให้พระเจ้าช่วยอยู่เลย

มัทธิว 5:3 "บุคคลผู้ใด รู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขา

ลูกา 5:31 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "คนเจ็บต้องการหมอ แต่คนสบายไม่ต้องการ

· คนที่ไม่รับรู้ว่าตัวเองยังต้องการความช่วยเหลือ จะไม่มีใครช่วยเขาได้

· หากรู้มากแล้ว ชีวิตดีกว่าคนอื่นแล้ว คงเหลิงน่าดู

· คนที่รู้ว่าเราไม่ได้ดีไปกว่าใคร จะพัฒนาชีวิตฝ่ายวิญญาณขึ้นได้อีก

· อย่าวัดกับใคร วัดกับตัวเองเท่านั้น วัดกับคนอื่นไปก็ไม่มีประโยชน์

2. ปรารถนาเติบโตขึ้นในชีวิตฝ่ายวิญญาณ

· รู้ตัวว่าบกพร่องแค่นั้นไม่พอ ต้องอยากเติบโตในชีวิตกับพระเจ้าด้วย จึงจะเติบโตได้

· ไม่มีใครที่โตได้แบบฟลุ๊คๆ ล้วนต้องมีใจใฝ่ทางธรรม แสวงหา

· แลกชีวิตทางโลกมาให้ได้วิถีชีวิตฝ่ายวิญญาณ ชีวิตที่เปลี่ยนไป ไม่กลับไปเป็นเด็กฝ่ายวิญญาณที่ชอบเดินใกล้ๆบาป

· คนเชื่อมาในเวลาเท่ากัน คุณสมบัติใกล้ๆกัน แต่รับใช้ด้วยจิตวิญญาณที่ไม่เหมือนกัน เพราะอะไร

· เพราะปรารถนาหรือไม่นั่นเอง

· ถ้าปรารถนาจะโต จะโตขึ้น คนเราจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

ฮีบรู5:12 ถึงแม้ว่าขณะนี้ท่านทั้งหลายควรจะเป็นครูได้แล้ว แต่ท่านก็ต้องให้คนอื่นสอนท่านอีก ในเรื่องหลักธรรมเบื้องต้นแห่งพระวจนะของพระเจ้า ท่านทั้งหลายต้องกินน้ำนมไม่ใช่อาหารแข็ง

ฮีบรู 5:13 เพราะว่าทุกคนที่ยังกินน้ำนมนั้น ยังไม่เข้าใจในเรื่องความชอบธรรม เพราะเขายังเป็นผู้เยาว์

· ต้องแสวงหาพระเจ้าด้วยใจร้อนรน

· อยากได้ อยากเปลี่ยน อยากเรียนรู้เรื่องชีวิตฝ่ายวิญญาณอีก

มัทธิว 11:12 และตั้งแต่สมัยยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาถึงทุกวันนี้ แผ่นดินสวรรค์ก็เป็นสิ่งที่คนได้แสวงหาด้วยใจร้อนรน และผู้ที่ใจร้อนรนก็เป็นผู้ที่ชิงเอาได้

ฟป3:10-11 10 ข้าพเจ้าต้องการจะรู้จักพระองค์ และได้รับประสบการณ์ในฤทธิ์เดช เนื่องในการที่พระองค์ทรงคืนพระชนม์นั้น และร่วมทุกข์กับพระองค์ คือยอมตั้งอารมณ์ตายเหมือนพระองค์

11 ถ้าเป็นไปได้ข้าพเจ้าก็จะได้เป็นขึ้นมาจากความตายด้วย

3 กลับใจใหม่เสมอ

· การกลับใจทำให้ใจไม่แข็งกระด้าง

· เป็นหนทางเดียวที่จะกลับมาสัมพันธ์กับพระเจ้าเหมือนเดิม

· ผู้เชื่อสารภาพกลับใจอย่างแท้จริงเมื่อไหร่ ก็ได้พบพระเจ้าตรงนั้นเสมอ เป็นคำสัญญาของพระองค์

2พงศาวดาร 7:14 - 15 14 ถ้าประชากรของเราผู้ซึ่งเขาเรียกกันโดยชื่อของเรานั้นจะถ่อมตัวลง และอธิษฐานและแสวงหาหน้าของเรา และหันเสียจากทางชั่วของเขา เราก็จะฟังจากสวรรค์ และจะให้อภัยแก่บาปของเขาและจะรักษาแผ่นดินของเขาให้หาย

15 และตาของเราจะลืมอยู่และหูของเราจะฟังคำอธิษฐานซึ่งเขาทั้งหลายอธิษฐาน ณ สถานที่นี้

4. ไม่เฉื่อยชาในการฟื้นฟูชีวิตฝ่ายวิญญาณ

· อย่าเพียงแต่รอรับพระคุณ ตั้งใจฟื้นฟู แต่ไม่ทำอะไรเลย

· ให้พระเจ้าอุ้มเราเอง ไม่ขยับอะไรทั้งนั้น แล้วจะฟื้นฟูได้อย่างไร

· เราต้องอยากด้วย ทำด้วยตัวเราเอง ตัดสินใจเข้าสู่การฟื้นฟู เข้าสู่สงครามฝ่ายวิญญาณอีกครั้ง



· หากรับใช้โดยพระคุณ ขอทำงานสบายๆ จะฟื้นฟูได้จริงไหม

· ชีวิตเราอยู่ในโลกแห่งบาป จึงต้องต่อสู้กับบาปเสมอ จะให้สบายๆอยู่ไปเรื่อยๆ ตามใจบาปไมได้

· พระคุณที่แท้จริงทำให้เราเปลี่ยนแปลงชีวิตดีขึ้น

· ไม่ใช่รับพระคุณเพื่อให้จิตใจตายด้านมากขึ้น

โรม 6:1 - 2 1 ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร ควรเราจะอยู่ในบาปต่อไป เพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ

2 อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย พวกเราที่ตายต่อบาปแล้วจะมีชีวิตในบาปต่อไปอย่างไรได้

5. ฟื้นฟูจิตวิญญาณจนสำเร็จ

· คิดวาดฝันอย่างเดียวไม่ได้

· หากไม่ทำให้สำเร็จ จิตวิญญาณของตนจะรับผลแห่งความล้มเหลวด้วย

สภษ13:12 ความหวังที่ถูกหน่วงไว้ทำให้ใจเจ็บช้ำ แต่ความปรารถนาที่สำเร็จแล้วเป็นต้นไม้แห่งชีวิต

· ต้องรื้อฟื้นชีวิตจิตวิญญาณกลับสู่พระเจ้าให้ได้

· หากล่วงหล่นมาแล้วต้องฟื้นฟูกลับสู่ความรักดั้งเดิมของพระเจ้าให้ได้

· การกลับสู้ชีวิตฝ่ายวิญญาณเป็นการพิสูจน์การเป็นคนชอบธรรมแท้

สภษ24:16 เพราะคนชอบธรรมล้มลงเจ็ดครั้งแล้วก็ลุกขึ้นอีก แต่คนชั่วร้ายจะถูกความลำบากยากเย็นคว่ำลง

· ชีวิตทุกคนหากยังไม่สิ้น ยังคงต้องวิ่งสู่หลักชัยที่พระเยซูคริสต์ทรงเรียก นี่แหละคือชีวิตคริสเตียนจริงๆ มิใช่หรือ

ฟีลิปปี 3:14 ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย เพื่อจะได้รับรางวัล ซึ่งในพระเยซูคริสต์พระเจ้าได้ทรงเรียกจากเบื้องบน ให้เราไปรับ



ทิ้งท้าย

แก่นแท้แห่งชีวิต คือ จิตวิญญาณ

· มารซาตานต้องการแย่งชิงจิตวิญญาณของผู้เชื่อให้ขาดจากความสัมพันธ์กับพระเจ้า

· ใช้สิ่งต่างๆล่อลวงเรา สิ่งที่ตื่นเต้นเร้าใจ / สิ่งที่เป็นความสุขสบายของเนื้อหนัง อีกขั้วหนึ่งคือ ปลีกวิเวกไปอยู่คนเดียวไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร

· ยุทธวิธีคือการ โจมตีที่ความคิด แต่เป้าหมายคือไม่ต้องการให้จิตวิญญาณของท่านใกล้ชิดกับพระเจ้า

· จิตวิญญาณเป็นส่วนที่เป็นตัวตนแท้ของชีวิต ไม่มีใครแย่ง หรือ เปลี่ยนคนอื่นได้ หากเราไม่ยอม ดังนั้นอย่าโทษมารที่ทำให้ท่านเป็นอย่างนี้

· มารซาตานทำได้แค่ล่อลวง ไม่สามารถเปลี่ยนจิตวิญญาณของท่านได้ ยกเว้นท่านยินดีเอง

· มารซาตานทำได้มากที่สุดคือ ลักฆ่าและทำลายร่างกาย แต่ไม่สามารถฆ่าจิตวิญญาณของท่านได้

มธ.10:28 อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย แต่ไม่มีอำนาจที่จะฆ่าจิตวิญญาณ แต่จงกลัวพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ ที่จะให้ทั้งจิตวิญญาณทั้งกายพินาศในนรกได้

ลก12:4 มิตรสหายของเราเอ๋ย เราบอกท่านทั้งหลายว่า อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย และภายหลังไม่มีอะไรที่จะทำได้อีก

1คร.5:5 พวกท่านจงมอบคนนั้นไว้ให้ซาตานทำลายเนื้อหนังเสีย เพื่อให้จิตวิญญาณของเขารอด ในวันของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า

· เมื่อเราเดินกับพระเจ้าเราอยู่ในสงครามฝ่ายวิญญาณ

· ต้องระวังอย่าเปิดโอกาสให้มาร จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุด เพื่อสามารถต่อสู้ยุทธอุบายของมันได้

อฟ. 6:11-13 11 จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า เพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้

12 เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครองศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ

13 เหตุฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้น และเมื่อเสร็จแล้วจะอยู่อย่างมั่นคงได้

จิตวิญญาณที่รับการฟื้นฟูได้คือจิตวิญญาณที่ติดสนิทกับพระเจ้า

· การติดสนิทกับพระเจ้านำมาซึ่งการฟื้นฟู ความสมบูรณ์ และการเกิดผล

สดด. 92:12-14 12 คนชอบธรรม ก็งอกขึ้นอย่างต้นอินทผลัม เจริญขึ้นอย่างต้นสนสีดาร์ในเลบานอน

13 คนได้ปลูกมันไว้ในพระนิเวศของพระเจ้า มันเจริญขึ้นในบริเวณของพระเจ้าของเราทั้งหลาย

14 มันแก่แล้วก็ยังเกิดผล มันมีน้ำเลี้ยงเต็มและเขียวสดอยู่

ยรม. 17:7-8 7 คนที่วางใจในพระเจ้าย่อมได้รับพระพร คือผู้ที่ความวางใจของเขาอยู่ในพระเจ้า

8 เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมน้ำ ซึ่งหยั่งรากของมันออกไปข้างลำน้ำ เมื่อแดด

ส่องมาถึงก็ไม่กลัว เพราะใบของมันคงเขียวอยู่เสมอ และไม่กระวนกระวายในปีที่แห้ง

แล้ง เพราะมันไม่หยุดที่จะออกผล

· ถ้าไม่ติดสนิทกับพระเจ้าจะไม่สามารถฟื้นฟูสภาพ ไม่เกิดผล เหี่ยวเฉา และล้มตาย

ยน. 15:4-5 4 จงเข้าสนิทอยู่ในเรา และเราเข้าสนิทอยู่ในท่าน แขนงจะออกผลเองไม่ได้ นอกจาก

จะติดอยู่กับเถาฉันใด ท่านทั้งหลายก็จะเกิดผลไม่ได้ นอกจากจะเข้าสนิทอยู่ในเราฉันนั้น

5 เราเป็นเถาองุ่น ท่านทั้งหลายเป็นแขนง ผู้ที่เข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ใน

เขาผู้นั้นก็จะเกิดผลมาก เพราะถ้าแยกจากเราแล้วท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย

· รากแห่งชีวิตที่สมบูรณ์คือรากที่มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าเสมอ

· เป็นชีวิตที่ยินดีปรับเปลี่ยนให้พระเจ้าแก้ไข บำรุงรักษาให้เติบโต ให้พระเจ้าเป็นผู้ปั้นแต่งชีวิตของเรา

สดด. 51:7-10 7 ขอทรงชำะข้าพระองค์ด้วยต้นหุสบ ข้าพระองค์จึงจะสะอาด ขอทรงล้างข้าพระองค์และข้าพระองค์จะขาวกว่าหิมะ

8 ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ได้ยินความชื่นบานและความยินดี ขอกระดูกซึ่งพระองค์ทรงหักนั้นเปรมปรีดิ์

9 ขอทรงเบือนพระพักตร์พระองค์จากบาปทั้งหลายของข้าพระองค์เสีย และทรงลบบรรดาความบาปผิดของข้าพระองค์ให้สิ้น

10 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสร้างใจสะอาดภายในที่หนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์

ยอห์น 15:1-3 1 เราเป็นเถาองุ่นแท้ และพระบิดาของเราทรงเป็นผู้ดูแลรักษา

2 แขนงทุกแขนงในเรา ที่ไม่ออกผลพระองค์ก็ทรงตัดทิ้งเสีย และแขนงทุกแขนงที่ออกผลพระองค์ก็ทรงลิดเพื่อให้ออกผลมากขึ้น

3 ท่านทั้งหลายได้รับการชำระให้สะอาดแล้วด้วยถ้อยคำที่เราได้กล่าวแก่ท่าน

พระเจ้าไม่ยอมให้ความเสื่อมทรามคงอยู่ตลอดไป

· พระเจ้าไม่ปล่อยสิ่งใดไว้ให้เสื่อมทรามโดยไม่แก้ไข ทรงให้โอกาสมนุษย์หลายครั้งแล้ว ทรงให้น้ำท่วมโลกเพื่อกำจัดความชั่วร้าย ก็เพื่อให้สิ่งที่ดีเกิดผลงอกงามต่อไป แต่ก็ล้มเหลว

· พระองค์กำหนดแผนการรื้อฟื้นชีวิตมนุษย์ให้กลับคืนดีกับพระเจ้าโดยพระคุณทางไม้กางเขน

· พระองค์มีมาตรฐานสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระองค์

· ความสมบูรณ์ไม่ได้อยู่ที่พฤติกรรมภายนอก แต่อยู่ที่จิตวิญญาณภายในที่สัมพันธ์กับพระองค์

· หากไม่ติดสนิทกับพระเจ้า รับรู้คุณงามความดีผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ จิตวิญญาณจะหลงไปเกลือกลั้วกับสิ่งชั่วร้ายที่ล่อหลอกผู้เชื่ออยู่ตลอดเวลา เหมือนมารซาตานที่วนเวียนเหมือนสิงห์คอยกัดกินเหยื่อ

· จึงต้องรักพระเจ้าอย่างสุดใจ และ ระวังระไวอยู่ใกล้พระองค์เสมอ

ฉธบ. 6:4-5 4 โอคนอิสราเอล จงฟังเถิดพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลาย เป็นพระเจ้าเดียว

5 พวกท่านจงรักพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจ และสิ้นสุดกำลังของท่าน

· หากไม่ยึดพระองค์ไว้ ในท้ายที่สุดก็ปล่อยตัวปล่อยใจจมอยู่กับบาปต่อไป เสื่อมทรามลงและเสียหายในที่สุด

· วันสุดท้ายก็ได้รับพระอาชญาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



***************************************

My Blog

  • วินัยของน้องหมา (ข้างถนน) - วันที่ 18/8/2011 เช้านี้ขณะที่รถติดไฟแดงอยู่บริเวณสี่แยกสามย่าน ซึ่งเบื้องหน้าเป็นจามจุรีสแควร์นั้น พลันก็เหลือบเห็นน้องหมาตัวหนึ่งเดินข้ามทางม้าลายด้วยอ...
    15 ปีที่ผ่านมา
  • บทความคริสเตียน - บทความคริสเตียน http://www.gracezone.org/index.php/christian-articles บทความทางด้านจิตวิญญาณ หลักข้อเชื่อ พระเจ้า พระคัมภีร์ พระเจ้า พระคัมภีร์ แนวทางในการ...
    17 ปีที่ผ่านมา
  • คริสเตียนกับการรับใช้พระเยซู - คริสเตียนกับการรับใช้พระเยซู วัน พุธ 08 ต.ค. 08@ 17:47:37 ICT หัวข้อ: สรุปคำเทศนาประจำอาทิตย์ ดร.ทะนุ วงค์ธนานุกุล วัน อาทิตย์ ที่ 21 กันยายน 2008 พระธร...
    18 ปีที่ผ่านมา
  • - แต่วาระนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และบัดนี้ก็ถึงแล้ว คือเมื่อผู้ที่นมัสการอย่างถูกต้องจะนมัสการพระบิดา ด้วยจิตวิญญาณและความจริง เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาคนเช่นนั้...
    18 ปีที่ผ่านมา

Christian Blog

บล็อกวาไรตี้

เทคโนโลยี

ดาวน์โหลดโปรแกรมมาใหม่ล่าสุด |

วาไรตี้

ข่าวประจำวัน

สารบัญเว็บไทย

กินลม ชมทะเล ที่มาร์คเฮ้าส์บังกะโล เกาะกูด จ.ตราด

Thailand Map